ข่าวปลอมกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กระทบต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสาร และอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดหรือความขัดแย้งในสังคม การระบุและจัดการกับข่าวปลอมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนต้องร่วมมือกันทำ เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็งและมีความรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสารช่วงหลังๆ มานี้ เราจะเห็นว่าข่าวปลอมมันเยอะขึ้นมากๆ จนบางทีเราก็แทบไม่รู้เลยว่าอันไหนจริงอันไหนปลอม แล้วผลกระทบของมันก็ร้ายแรงกว่าที่เราคิดเยอะเลยครับ ทั้งเรื่องการเมือง สังคม เศรษฐกิจ หรือแม้แต่เรื่องสุขภาพ ข่าวปลอมนี่แหละตัวดีเลยที่ทำให้คนแตกแยกและตัดสินใจผิดพลาดกันไปเยอะยิ่งในยุคดิจิทัลที่เราเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว ข่าวปลอมก็ยิ่งแพร่กระจายได้ไวขึ้น ทำให้เราต้องระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนที่จะเชื่อหรือแชร์ต่อ เพราะการที่เราเชื่อหรือแชร์ข่าวปลอมออกไป อาจจะส่งผลเสียต่อคนอื่นหรือต่อสังคมโดยรวมได้เพราะฉะนั้น เราทุกคนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา สังเกตและตรวจสอบข้อมูลข่าวสารให้ดีๆ ก่อนที่จะเชื่อหรือแชร์ต่อ และถ้าเจอข่าวปลอมก็ต้องช่วยกันแจ้งเตือนให้คนอื่นรู้ด้วยนะครับ เพื่อที่เราจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอม และร่วมกันสร้างสังคมที่น่าอยู่ยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI ที่ก้าวกระโดด ทำให้การสร้างข่าวปลอมนั้นง่ายและเนียนตาขึ้นมาก ดังนั้น การมีสติและคิดวิเคราะห์จึงสำคัญอย่างยิ่งในการกลั่นกรองข้อมูลที่เราได้รับมาในแต่ละวันเพื่อป้องกันผลกระทบจากข่าวปลอมที่อาจเกิดขึ้น มาเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับข่าวปลอมให้มากขึ้นในบทความต่อไปนี้กันเลย!
## 1. ทำไมข่าวปลอมถึงน่ากลัวกว่าที่เราคิดข่าวปลอมไม่ได้เป็นแค่เรื่องตลกขำขัน หรือเรื่องที่เกิดขึ้นไกลตัว แต่เป็นภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงเรื่องใหญ่ระดับประเทศ การที่เราไม่ตระหนักถึงความร้ายแรงของข่าวปลอม อาจทำให้เราตกเป็นเหยื่อและส่งต่อข้อมูลผิดๆ ไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสียหายที่คาดไม่ถึง
1. ผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัย

ข่าวปลอมเกี่ยวกับสุขภาพและการแพทย์ อาจทำให้ผู้คนตัดสินใจผิดพลาดในการดูแลตัวเอง เช่น การเชื่อว่ายาสมุนไพรบางชนิดสามารถรักษาโรคร้ายแรงได้ หรือการปฏิเสธการฉีดวัคซีนเนื่องจากกลัวผลข้างเคียงที่เกินจริง ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง หรือแม้แต่เสียชีวิตได้
2. ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการเงิน
ข่าวปลอมเกี่ยวกับเศรษฐกิจและการเงิน อาจทำให้เกิดความตื่นตระหนกและการตัดสินใจลงทุนที่ผิดพลาด เช่น การเทขายหุ้นเนื่องจากข่าวลือเรื่องบริษัทกำลังจะล้มละลาย หรือการแห่กันไปซื้อสินค้าบางชนิดเนื่องจากข่าวลือเรื่องสินค้าขาดตลาด ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้กับนักลงทุนรายย่อย และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม
3. ผลกระทบต่อความสัมพันธ์และความสามัคคีในสังคม
ข่าวปลอมที่สร้างความเกลียดชังและความขัดแย้ง อาจทำให้ผู้คนแตกแยกและทะเลาะเบาะแว้งกัน เช่น ข่าวปลอมที่ใส่ร้ายป้ายสีกลุ่มคนบางกลุ่ม หรือข่าวปลอมที่สร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับศาสนาและวัฒนธรรม ซึ่งอาจนำไปสู่ความรุนแรงและการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในสังคม
2. เช็คให้ชัวร์! วิธีจับโป๊ะข่าวปลอมแบบง่ายๆ
ถึงแม้ข่าวปลอมจะถูกสร้างขึ้นมาอย่างแนบเนียน แต่ก็ยังมีวิธีที่เราสามารถสังเกตและตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เราตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอม และช่วยลดการแพร่กระจายของข้อมูลผิดๆ ในสังคม
1. ตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าว
ข่าวที่น่าเชื่อถือมักมาจากแหล่งข่าวที่เป็นที่รู้จักและมีความน่าเชื่อถือ เช่น สำนักข่าวชั้นนำ หรือเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการ หากข่าวมาจากแหล่งที่ไม่คุ้นเคย หรือมาจากโซเชียลมีเดียโดยไม่มีแหล่งอ้างอิง ควรตรวจสอบให้ดีก่อนที่จะเชื่อหรือแชร์ต่อ
2. สังเกตความผิดปกติของเนื้อหา
ข่าวปลอมมักมีเนื้อหาที่ผิดปกติ เช่น ใช้ภาษาที่เกินจริง เร้าอารมณ์ หรือมีไวยากรณ์ผิดพลาด นอกจากนี้ ข่าวปลอมมักไม่มีแหล่งอ้างอิงที่ชัดเจน หรือมีข้อมูลที่ขัดแย้งกับแหล่งข่าวอื่นๆ หากพบความผิดปกติเหล่านี้ ควรสงสัยไว้ก่อนว่าเป็นข่าวปลอม
3. ใช้เครื่องมือช่วยตรวจสอบข่าวปลอม
ปัจจุบันมีเครื่องมือและเว็บไซต์มากมายที่ช่วยในการตรวจสอบข่าวปลอม เช่น Google Fact Check, Snopes หรือ AFP Fact Check ซึ่งเราสามารถนำข้อมูลจากข่าวที่เราสงสัยไปตรวจสอบ เพื่อดูว่ามีแหล่งข่าวอื่นๆ ที่รายงานเรื่องเดียวกันหรือไม่ และมีผู้เชี่ยวชาญที่ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่
3. ใครๆ ก็สร้างข่าวปลอมได้! รู้ทันกลโกงสุดฮิต
การสร้างข่าวปลอมไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพราะด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ทำให้ใครๆ ก็สามารถสร้างข่าวปลอมที่ดูเหมือนจริงได้ง่ายๆ เพียงแค่มีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ดังนั้น การรู้ทันกลโกงที่มิจฉาชีพนิยมใช้ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันตัวเองจากข่าวปลอม
1. การตัดต่อภาพและวิดีโอ
มิจฉาชีพมักใช้โปรแกรมตัดต่อภาพและวิดีโอ เพื่อสร้างภาพหรือวิดีโอปลอมที่ดูเหมือนจริง เช่น การตัดต่อภาพบุคคลสำคัญให้พูดหรือทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หรือการสร้างวิดีโอปลอมที่แสดงเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้น
2. การสร้างเว็บไซต์ปลอม
มิจฉาชีพอาจสร้างเว็บไซต์ปลอมที่เลียนแบบเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการหรือองค์กรที่มีชื่อเสียง เพื่อหลอกให้ผู้คนกรอกข้อมูลส่วนตัว หรือดาวน์โหลดไฟล์ที่เป็นอันตราย
3. การใช้บัญชีโซเชียลมีเดียปลอม
มิจฉาชีพมักสร้างบัญชีโซเชียลมีเดียปลอม เพื่อเผยแพร่ข่าวปลอม หรือหลอกลวงผู้คนให้โอนเงินหรือให้ข้อมูลส่วนตัว
4. รวมพลังต้านภัยข่าวปลอม สร้างสังคมที่รู้เท่าทัน
การจัดการกับข่าวปลอมไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนในสังคม เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการต่อต้านข่าวปลอมได้ โดยเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง และช่วยกันสร้างสังคมที่รู้เท่าทันข้อมูลข่าวสาร
1. คิดก่อนเชื่อ แชร์อย่างมีสติ
ก่อนที่จะเชื่อหรือแชร์ข่าวใดๆ ควรตรวจสอบให้ดีก่อนว่าข่าวมาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือหรือไม่ และมีข้อมูลที่ถูกต้องหรือไม่ หากไม่แน่ใจ ควรสอบถามผู้รู้ หรือค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งอื่นๆ
2. แจ้งเบาะแสข่าวปลอม
หากพบข่าวปลอม ควรแจ้งเบาะแสไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หรือเว็บไซต์ของสำนักข่าวต่างๆ เพื่อให้มีการตรวจสอบและดำเนินการต่อไป
3. สนับสนุนการรู้เท่าทันสื่อ

ควรสนับสนุนโครงการและกิจกรรมที่ส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อ เพื่อให้ผู้คนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสื่อ และสามารถแยกแยะข่าวจริงและข่าวปลอมได้
5. กฎหมายไทยเอาผิดคนปล่อยข่าวปลอมได้จริงหรือ?
กฎหมายไทยมีบทบัญญัติที่สามารถเอาผิดผู้ที่ปล่อยข่าวปลอมได้ ทั้งในส่วนของกฎหมายอาญาและกฎหมายแพ่ง แต่การบังคับใช้กฎหมายในเรื่องนี้ยังคงมีความท้าทายอยู่ เนื่องจากข่าวปลอมมักถูกเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งยากต่อการติดตามและระบุตัวผู้กระทำผิด
1. กฎหมายอาญา
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 บัญญัติว่า “ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ซึ่งอาจนำมาใช้เอาผิดผู้ที่ปล่อยข่าวปลอมที่ทำให้ผู้อื่นเสียหายได้
2. กฎหมายคอมพิวเตอร์
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2560 มาตรา 14 บัญญัติว่า “ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ซึ่งอาจนำมาใช้เอาผิดผู้ที่ปล่อยข่าวปลอมผ่านช่องทางออนไลน์ได้
6. สรุปเนื้อหาและวิธีการป้องกันตัวเองจากข่าวปลอม
| หัวข้อ | เนื้อหาสำคัญ | วิธีป้องกันตัวเอง |
|—|—|—|
| ผลกระทบของข่าวปลอม | ส่งผลเสียต่อสุขภาพ, เศรษฐกิจ, ความสัมพันธ์ในสังคม | ตรวจสอบแหล่งที่มา, สังเกตความผิดปกติ, ใช้เครื่องมือตรวจสอบ |
| กลโกงของข่าวปลอม | ตัดต่อภาพ/วิดีโอ, สร้างเว็บไซต์ปลอม, ใช้บัญชีปลอม | รู้ทันกลโกง, แจ้งเบาะแสข่าวปลอม |
| การมีส่วนร่วมในการต่อต้านข่าวปลอม | คิดก่อนเชื่อ, แชร์อย่างมีสติ, สนับสนุนการรู้เท่าทันสื่อ | ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม, สร้างสังคมที่รู้เท่าทัน |
| กฎหมายที่เกี่ยวข้อง | กฎหมายอาญา, กฎหมายคอมพิวเตอร์ | ศึกษาข้อกฎหมาย, แจ้งความเมื่อถูกละเมิด |
1. ตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าว
* เว็บไซต์: ตรวจสอบ URL, ข้อมูลติดต่อ, และ “เกี่ยวกับเรา” เพื่อดูความน่าเชื่อถือ
* ผู้เขียน: ค้นหาข้อมูลผู้เขียนเพื่อตรวจสอบประวัติและความเชี่ยวชาญ
2. สังเกตเนื้อหาและรูปแบบ
* พาดหัว: ระวังพาดหัวที่เกินจริงหรือเร้าอารมณ์
* ไวยากรณ์และสะกด: ตรวจสอบความถูกต้องของภาษา
* ภาพและวิดีโอ: ระวังภาพและวิดีโอที่อาจถูกตัดต่อหรือบิดเบือน
3. ใช้เครื่องมือและแหล่งข้อมูล
* Google Fact Check: ตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าว
* Snopes: ตรวจสอบข่าวลือและเรื่องหลอกลวง
* AFP Fact Check: ตรวจสอบข่าวจากสำนักข่าว AFPการตระหนักถึงภัยของข่าวปลอมและการมีเครื่องมือในการตรวจสอบ จะช่วยให้เราไม่ตกเป็นเหยื่อและสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่รู้เท่าทันข้อมูลข่าวสารได้
7. สร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองและคนรอบข้าง ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อข่าวปลอม
การป้องกันตัวเองจากข่าวปลอมไม่ใช่แค่การตรวจสอบข้อมูลข่าวสารเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองและคนรอบข้าง เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสื่อ และสามารถแยกแยะข่าวจริงและข่าวปลอมได้
1. พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์
ทักษะการคิดวิเคราะห์เป็นสิ่งสำคัญในการประเมินข้อมูลข่าวสารอย่างมีเหตุผล ควรฝึกฝนการตั้งคำถาม การหาหลักฐาน และการพิจารณาข้อมูลจากมุมมองที่หลากหลาย
2. แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์
พูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับคนรอบข้างเกี่ยวกับข่าวปลอม เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่หลากหลายและมุมมองที่แตกต่างกัน
3. ส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อในครอบครัวและชุมชน
จัดกิจกรรมหรือโครงการที่ส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อในครอบครัวและชุมชน เพื่อให้ทุกคนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสื่อ และสามารถแยกแยะข่าวจริงและข่าวปลอมได้การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองและคนรอบข้าง จะช่วยลดการแพร่กระจายของข่าวปลอม และสร้างสังคมที่เข้มแข็งและมีความรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสารข่าวปลอมเป็นภัยร้ายที่คุกคามสังคมของเราอย่างเงียบๆ การที่เราทุกคนตระหนักถึงอันตรายและร่วมมือกันต่อต้านข่าวปลอม จะช่วยสร้างสังคมที่เข้มแข็งและมีความรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสาร หากเราทุกคนเริ่มต้นที่ตัวเอง คิดก่อนเชื่อ แชร์อย่างมีสติ สังคมของเราก็จะปลอดภัยจากภัยร้ายนี้ได้แน่นอน มาร่วมกันสร้างสังคมที่ปราศจากข่าวปลอมกันเถอะ!
บทสรุป
1. แอปพลิเคชันตรวจสอบข่าวปลอม: ใช้แอปพลิเคชัน “Sure ก่อนแชร์” หรือ “Fake News Debunker” เพื่อตรวจสอบข่าวปลอม
2. เว็บไซต์ตรวจสอบข่าวปลอม: ตรวจสอบข่าวจากเว็บไซต์ “ไทยรัฐออนไลน์ Fact Check” หรือ “สำนักข่าว AFP Fact Check”
3. การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวบนโซเชียลมีเดีย: ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวจากบัญชีปลอม
4. การแจ้งเบาะแส: แจ้งเบาะแสข่าวปลอมไปยัง “ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย” หรือ “กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม”
5. การเข้าร่วมกิจกรรมอบรม: เข้าร่วมกิจกรรมอบรมการรู้เท่าทันสื่อที่จัดโดย “Thai Media Fund” หรือ “สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส”
ประเด็นสำคัญ
ข่าวปลอมส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ในสังคม
ตรวจสอบแหล่งที่มา สังเกตความผิดปกติ และใช้เครื่องมือตรวจสอบข่าวปลอม
ทุกคนมีส่วนร่วมในการต่อต้านข่าวปลอมได้ด้วยการคิดก่อนเชื่อและแชร์อย่างมีสติ
กฎหมายไทยสามารถเอาผิดผู้ที่ปล่อยข่าวปลอมได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖
ถาม: ข่าวปลอมดูยังไงถึงรู้ว่าเป็นของปลอม?
ตอบ: สังเกตง่ายๆ เลยครับ ข่าวปลอมมักจะใช้ภาษาที่เร้าอารมณ์เกินจริง หัวข้อข่าวหวือหวามากๆ หรือไม่ก็อ้างแหล่งข่าวที่ไม่น่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์แปลกๆ หรือแหล่งข่าวที่ไม่ระบุชื่อ ลองเช็คกับสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือหลายๆ ที่ก่อน ถ้าไม่มีที่ไหนรายงานเหมือนกันเลย ก็ให้สงสัยไว้ก่อนได้เลยว่าเป็นข่าวปลอมครับ
ถาม: ถ้าเจอข่าวปลอมใน Social Media ควรทำยังไง?
ตอบ: อย่างแรกเลยคืออย่าเพิ่งแชร์ต่อครับ! สำคัญมากๆ เลย เช็คให้ดีก่อน แล้วถ้ามั่นใจว่าเป็นข่าวปลอมจริงๆ ให้รายงาน (Report) ไปที่ Social Media นั้นๆ ได้เลยครับ แล้วก็บอกเพื่อนๆ ใน Comment ด้วยว่าข่าวนี้ไม่จริง จะได้ไม่โดนหลอกกันไป
ถาม: มีวิธีป้องกันตัวเองจากข่าวปลอมได้ยังไงบ้าง?
ตอบ: ต้องฝึกเป็นคนช่างสงสัยครับ อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ อ่านข่าวจากหลายๆ แหล่ง ลองคิดวิเคราะห์ดูว่าเนื้อหามันสมเหตุสมผลไหม แล้วก็ติดตามข่าวสารจากสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือเป็นประจำ จะช่วยให้เราแยกแยะข่าวจริงข่าวปลอมได้ดีขึ้นเยอะเลยครับ ที่สำคัญคืออย่าปล่อยให้ความกลัวหรือความอยากรู้อยากเห็นมาบดบังวิจารณญาณของเราครับ
📚 อ้างอิง
Wikipedia Encyclopedia






