เช็กให้ชัวร์ก่อนคลิก! 9 เทคนิคจับพิรุธข่าวปลอมบนโลกออนไลน์

webmaster

가짜뉴스 감별을 위한 팁 - **Prompt:** A diverse group of young adults, dressed in casual yet modest attire, gathered around a ...

แน่นอนว่าในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไหลบ่าท่วมท้น การแยกแยะข่าวจริงออกจากข่าวปลอมกลายเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกคน ข่าวลวงและข้อมูลที่ไม่ถูกต้องสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วผ่านโซเชียลมีเดียและช่องทางออนไลน์อื่นๆ สร้างความเข้าใจผิด ความตื่นตระหนก และแม้กระทั่งความขัดแย้งในสังคม การรู้เท่าทันและสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จึงเป็นเหมือนเกราะป้องกันที่ช่วยให้เราไม่ตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอมและสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องในชีวิตประจำวันของเรา เราต้องเผชิญกับข้อมูลจำนวนมหาศาลจากแหล่งต่างๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปหากเรามีเครื่องมือและเทคนิคที่เหมาะสม การเรียนรู้วิธีการสังเกตแหล่งที่มา การตรวจสอบข้อเท็จจริง และการใช้เครื่องมือออนไลน์ต่างๆ จะช่วยให้เราสามารถแยกแยะข่าวจริงออกจากข่าวปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไปนี้คือเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณสามารถคัดกรองข่าวสารและข้อมูลต่างๆ ได้อย่างชาญฉลาด เพื่อให้คุณไม่ตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอมและสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องแม่นยำ เราจะมาเจาะลึกถึงวิธีการตรวจสอบข่าวลวงและวิธีป้องกันตัวเองจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เพื่อให้คุณเป็นผู้บริโภคข้อมูลที่ชาญฉลาดและมีความรับผิดชอบติดตามรายละเอียดทั้งหมดได้ในบทความด้านล่างนี้ เพื่อเรียนรู้วิธีการตรวจสอบและยืนยันข้อมูลอย่างมืออาชีพ!

가짜뉴스 감별을 위한 팁 관련 이미지 1

ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลอย่างละเอียด

การตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการแยกแยะข่าวจริงออกจากข่าวปลอม ก่อนที่จะเชื่อหรือแชร์ข้อมูลใดๆ ให้ตรวจสอบว่าแหล่งที่มานั้นน่าเชื่อถือหรือไม่ มีชื่อเสียงที่ดีหรือไม่ และมีความเป็นกลางหรือไม่ หากแหล่งที่มาไม่ชัดเจนหรือไม่น่าเชื่อถือ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

ตรวจสอบชื่อเสียงของเว็บไซต์หรือสำนักข่าว

ลองค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์หรือสำนักข่าวนั้นๆ ดูว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร มีการรายงานข่าวที่ถูกต้องแม่นยำหรือไม่ หรือเคยมีประวัติการเผยแพร่ข่าวปลอมหรือไม่ นอกจากนี้ คุณยังสามารถตรวจสอบความคิดเห็นและรีวิวจากผู้ใช้งานคนอื่นๆ เพื่อดูว่าพวกเขามีความเห็นอย่างไรต่อแหล่งข่าวนี้

สังเกตความน่าเชื่อถือของ URL

ตรวจสอบ URL ของเว็บไซต์ให้ดี เว็บไซต์ปลอมมักใช้ URL ที่คล้ายกับเว็บไซต์จริง แต่มีการสะกดผิดเล็กน้อย หรือใช้โดเมนที่ไม่คุ้นเคย หากพบความผิดปกติใดๆ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

พิจารณาความเป็นกลางของแหล่งข่าว

แหล่งข่าวที่เป็นกลางจะนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นธรรมและไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากแหล่งข่าวมีการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวหรือมีอคติอย่างชัดเจน ควรพิจารณาข้อมูลนั้นอย่างรอบคอบ

เปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่ง

Advertisement

ข่าวจริงมักได้รับการรายงานจากหลายแหล่ง หากคุณเห็นข่าวที่น่าสงสัย ให้ลองค้นหาข้อมูลเดียวกันจากแหล่งข่าวอื่นๆ ที่น่าเชื่อถือ หากทุกแหล่งรายงานตรงกัน ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าข่าวนั้นเป็นจริง แต่ถ้าแต่ละแหล่งให้ข้อมูลที่แตกต่างกัน หรือมีบางแหล่งที่ไม่ได้รายงานข่าวนี้เลย อาจเป็นสัญญาณว่าข่าวนั้นเป็นข่าวปลอม

ตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูล

เปรียบเทียบรายละเอียดของข่าวจากแต่ละแหล่ง เช่น วันที่ เวลา สถานที่ และชื่อบุคคล หากพบความแตกต่างที่สำคัญ อาจเป็นสัญญาณว่ามีบางแหล่งที่ให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง

ระวังข่าวที่มาจากแหล่งเดียว

หากข่าวมาจากแหล่งข่าวเดียวเท่านั้น และไม่มีแหล่งข่าวอื่นรายงานเลย ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ อาจเป็นไปได้ว่าแหล่งข่าวนั้นกำลังเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

สังเกตลักษณะการเขียนและภาษาที่ใช้

ข่าวปลอมมักมีลักษณะการเขียนและภาษาที่แตกต่างจากข่าวจริง โดยทั่วไปแล้ว ข่าวปลอมมักใช้ภาษาที่เร้าอารมณ์เกินจริง มีการใช้คำที่ทำให้เกิดความตื่นตระหนก หรือมีการใช้ไวยากรณ์และการสะกดคำที่ไม่ถูกต้อง

ระวังพาดหัวข่าวที่ดึงดูดความสนใจมากเกินไป

ข่าวปลอมมักใช้พาดหัวข่าวที่ดึงดูดความสนใจมากเป็นพิเศษ เพื่อดึงดูดให้คนคลิกเข้าไปอ่าน โดยพาดหัวข่าวเหล่านี้มักมีการใช้คำที่เกินจริง หรือมีการใช้เครื่องหมายอัศเจรีย์มากเกินไป

สังเกตการใช้ภาษาและไวยากรณ์

ข่าวปลอมมักมีการใช้ภาษาและไวยากรณ์ที่ไม่ถูกต้อง หากคุณพบข้อผิดพลาดในการสะกดคำ ไวยากรณ์ หรือการใช้ภาษาอื่นๆ อาจเป็นสัญญาณว่าข่าวนั้นเป็นข่าวปลอม

ระวังข่าวที่เร้าอารมณ์

ข่าวปลอมมักพยายามกระตุ้นอารมณ์ของผู้คน เช่น ความโกรธ ความกลัว หรือความเศร้า เพื่อให้ผู้คนเชื่อและแชร์ข่าวโดยไม่ทันได้ตรวจสอบ หากคุณรู้สึกว่าข่าวพยายามเร้าอารมณ์ของคุณมากเกินไป ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

ใช้เครื่องมือและเว็บไซต์ตรวจสอบข้อเท็จจริง

Advertisement

มีเครื่องมือและเว็บไซต์มากมายที่ช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวสารและข้อมูลต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย เครื่องมือเหล่านี้สามารถช่วยคุณตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล ตรวจสอบความถูกต้องของภาพและวิดีโอ และค้นหาข้อมูลที่ขัดแย้งกัน

รู้จักเว็บไซต์ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีชื่อเสียง

เว็บไซต์ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีชื่อเสียง เช่น AFP Fact Check, Reuters Fact Check และ Snopes สามารถช่วยคุณตรวจสอบความถูกต้องของข่าวสารและข้อมูลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย เว็บไซต์เหล่านี้มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดและให้ข้อมูลที่เป็นกลาง

ใช้เครื่องมือค้นหาภาพย้อนกลับ

หากคุณสงสัยว่าภาพหรือวิดีโอที่เห็นเป็นของจริงหรือไม่ คุณสามารถใช้เครื่องมือค้นหาภาพย้อนกลับ เช่น Google Images หรือ TinEye เพื่อตรวจสอบว่าภาพหรือวิดีโอนั้นเคยถูกเผยแพร่ที่อื่นมาก่อนหรือไม่ หากภาพหรือวิดีโอถูกนำมาใช้ในบริบทที่ไม่ถูกต้อง อาจเป็นสัญญาณว่าข่าวนั้นเป็นข่าวปลอม

ตรวจสอบข้อมูลใน Wikipedia อย่างรอบคอบ

Wikipedia เป็นแหล่งข้อมูลที่ยอดเยี่ยม แต่ก็ไม่ใช่แหล่งข้อมูลที่สมบูรณ์แบบ ข้อมูลใน Wikipedia อาจไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นปัจจุบัน ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อมูลใน Wikipedia อย่างรอบคอบ และเปรียบเทียบกับแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่น่าเชื่อถือ

ตระหนักถึงอคติของตนเอง

อคติส่วนตัวสามารถส่งผลต่อการรับรู้และความเข้าใจของเราเกี่ยวกับข่าวสารและข้อมูลต่างๆ ได้ หากเรามีอคติในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เราอาจมีแนวโน้มที่จะเชื่อข่าวที่สนับสนุนอคตินั้น และไม่เชื่อข่าวที่ขัดแย้งกับอคตินั้น

พิจารณาว่าอคติของคุณอาจส่งผลต่อการตัดสินใจหรือไม่

ก่อนที่จะเชื่อหรือแชร์ข่าวใดๆ ให้พิจารณาว่าอคติของคุณอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของคุณหรือไม่ พยายามมองข่าวจากมุมมองที่เป็นกลาง และพิจารณาหลักฐานทั้งหมดอย่างรอบคอบ

รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง

가짜뉴스 감별을 위한 팁 관련 이미지 2การรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างสามารถช่วยให้คุณเห็นมุมมองใหม่ๆ และลดอคติของคุณได้ พยายามพูดคุยกับคนที่คิดต่างจากคุณ และพิจารณาเหตุผลของพวกเขาอย่างรอบคอบ

อย่าแชร์ข้อมูลที่ไม่แน่ใจ

หากคุณไม่แน่ใจว่าข่าวสารหรือข้อมูลใดๆ เป็นจริงหรือไม่ อย่าแชร์ข้อมูลนั้น รอจนกว่าคุณจะสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้เสียก่อน การแชร์ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและความตื่นตระหนก

คิดก่อนแชร์

ก่อนที่จะแชร์ข่าวใดๆ ให้ถามตัวเองว่าคุณแน่ใจหรือไม่ว่าข่าวนั้นเป็นจริง คุณได้ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลแล้วหรือไม่ และคุณได้พิจารณาอคติของตนเองแล้วหรือไม่ หากคุณไม่แน่ใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อย่าแชร์ข่าว

รายงานข่าวปลอม

หากคุณพบข่าวปลอม ให้รายงานข่าวไปยังแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหรือเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข่าว นอกจากนี้ คุณยังสามารถแจ้งเตือนเพื่อนและครอบครัวของคุณเกี่ยวกับข่าวปลอมนั้นได้

หัวข้อ รายละเอียด
ตรวจสอบแหล่งที่มา ตรวจสอบชื่อเสียง, URL, และความเป็นกลางของแหล่งข่าว
เปรียบเทียบข้อมูล เปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่ง, สังเกตความสอดคล้อง
สังเกตการเขียน ระวังพาดหัวข่าว, ภาษา, และไวยากรณ์ที่ผิดปกติ
ใช้เครื่องมือ ใช้เว็บไซต์ตรวจสอบข้อเท็จจริง, ค้นหาภาพย้อนกลับ
ตระหนักถึงอคติ พิจารณาอคติส่วนตัว, รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง
อย่าแชร์ถ้าไม่แน่ใจ คิดก่อนแชร์, รายงานข่าวปลอม
Advertisement

การรู้เท่าทันข่าวปลอมเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน การปฏิบัติตามเคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถแยกแยะข่าวจริงออกจากข่าวปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นผู้บริโภคข้อมูลที่ชาญฉลาดและมีความรับผิดชอบแน่นอนว่าการอยู่ในโลกยุคดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารไหลบ่าอย่างรวดเร็ว การรู้เท่าทันและสามารถแยกแยะข่าวจริงออกจากข่าวปลอมได้นั้นเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่ง การฝึกฝนตัวเองให้เป็นผู้บริโภคข้อมูลที่ชาญฉลาดและมีความรับผิดชอบ จะช่วยให้เราไม่ตกเป็นเหยื่อของข่าวลวง และสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องแม่นยำการเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่ง การสังเกตลักษณะการเขียนและการใช้ภาษา รวมถึงการใช้เครื่องมือและเว็บไซต์ตรวจสอบข้อเท็จจริง จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างเกราะป้องกันให้กับตัวเราเองการตระหนักถึงอคติของตนเอง และเปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เรามองโลกได้อย่างรอบด้านมากยิ่งขึ้น และสุดท้าย อย่าลืมว่าการไม่แชร์ข้อมูลที่ไม่แน่ใจ คือการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างหนึ่ง

บทสรุป

ในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสาร การรู้เท่าทันข่าวปลอมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อปกป้องตัวคุณเองและสังคมโดยรวม การใช้เคล็ดลับที่กล่าวมาข้างต้น จะช่วยให้คุณเป็นผู้บริโภคข้อมูลที่ชาญฉลาด และสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การแบ่งปันความรู้และเทคนิคเหล่านี้ให้กับผู้อื่น ก็เป็นการสร้างสังคมแห่งการรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ยั่งยืน

สิ่งที่ควรรู้

1. ตรวจสอบแหล่งที่มา: ก่อนที่จะเชื่อหรือแชร์ข่าวใดๆ ให้ตรวจสอบว่าแหล่งที่มานั้นน่าเชื่อถือหรือไม่
2. เปรียบเทียบข้อมูล: เปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข่าว
3.

สังเกตภาษา: ระวังข่าวที่ใช้ภาษาเร้าอารมณ์เกินจริง หรือมีข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์
4. ใช้เครื่องมือ: ใช้เครื่องมือและเว็บไซต์ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข่าว
5.

คิดก่อนแชร์: อย่าแชร์ข่าวที่ไม่แน่ใจ เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและความตื่นตระหนก

Advertisement

ข้อควรจำ

* ข่าวปลอมสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและสร้างความเสียหายได้
* การตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันตัวเองจากข่าวปลอม
* การแบ่งปันความรู้และเทคนิคในการตรวจสอบข่าวปลอมให้กับผู้อื่น เป็นการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและรู้เท่าทัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖

ถาม: ข่าวปลอมในไทยมักมาในรูปแบบไหน และเราควรเริ่มต้นตรวจสอบจากตรงไหนดีคะ?

ตอบ: จากประสบการณ์ที่ฉันคลุกคลีอยู่กับโลกออนไลน์มานานนะ ฉันสังเกตว่าข่าวปลอมในบ้านเรานี่มีหลายรูปแบบมากเลยค่ะ ที่พบบ่อยสุดๆ ก็คือข่าวสุขภาพเกินจริง เช่น “กินอันนี้แล้วหายมะเร็ง!” หรือ “สูตรล้างพิษขั้นเทพ!” อะไรทำนองนี้แหละค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีข่าวการเมืองที่บิดเบือนข้อเท็จจริง ข่าวลือเกี่ยวกับบุคคลสำคัญ หรือแม้กระทั่งข่าวโปรโมชั่นหลอกลวงที่ชอบส่งต่อกันใน LINE กลุ่มเพื่อนก็เยอะมากเลยนะ สิ่งแรกที่เราควรทำเลยคือ “ตั้งสติ” ค่ะ อย่าเพิ่งเชื่อทั้งหมดที่เห็นแล้วรีบแชร์ต่อ ลองสังเกตพาดหัวข่าวว่ามันดูเวอร์วัง อลังการเกินจริงไปไหม ใช้คำกระตุ้นอารมณ์รุนแรงหรือเปล่า พวกนี้คือสัญญาณเตือนชั้นดีเลยค่ะ จากนั้นค่อยไปดูแหล่งที่มา ถ้าเป็นเพจที่เราไม่รู้จัก ไม่เคยได้ยินชื่อ หรือไม่มีข้อมูลผู้เผยแพร่ที่ชัดเจน ก็ให้สงสัยไว้ก่อนเลยค่ะ จำไว้นะคะว่าความสงสัยเล็กๆ น้อยๆ นี่แหละที่จะช่วยให้เราไม่ตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอม!

ถาม: ถ้าเราเจอข่าวที่สงสัยว่าเป็นข่าวปลอม มีวิธีตรวจสอบง่ายๆ ที่ใช้ได้จริงบ้างไหมคะ?

ตอบ: แน่นอนค่ะ! ฉันเองก็มี “วิชา” ตรวจสอบข่าวปลอมที่ใช้ประจำเลยนะ คืออันดับแรกเลย ลองเสิร์ชหาข้อมูลจากหลายๆ แหล่งดูค่ะ เช่น ถ้าเจอข่าวจาก Facebook ก็ลองเอาคีย์เวิร์ดสำคัญๆ ในข่าวไปค้นหาใน Google หรือเข้าเว็บไซต์สำนักข่าวหลักๆ ที่น่าเชื่อถือดูว่ามีข่าวนี้รายงานตรงกันไหม ถ้าไม่มีเลย หรือมีแต่ในเพจแปลกๆ ก็ยิ่งต้องระวังค่ะ อีกวิธีที่ได้ผลดีมากๆ คือการใช้ “ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย” (Anti-Fake News Center Thailand) ค่ะ เว็บไซต์นี้เขาจะรวบรวมข่าวที่ถูกตรวจสอบแล้วว่าเป็นข่าวปลอมหรือไม่จริงไว้ให้เราเลย หรือถ้าเป็นเรื่องรูปภาพหรือวิดีโอที่ดูแปลกๆ ก็ลองใช้ Google Reverse Image Search ดูค่ะ จะช่วยให้เราเห็นว่ารูปนั้นถูกนำไปใช้ที่ไหนมาบ้าง อาจจะพบว่ารูปเก่าเล่าใหม่ หรือถูกตัดต่อมาก็ได้นะ ฉันเคยเจอมากับตัวเลย รูปคนกำลังช่วยน้ำท่วมในต่างประเทศ แต่มาอ้างว่าเป็นเหตุการณ์ในไทยตอนนั้นก็มี!

ถาม: นอกจากข่าวปลอมทั่วไปแล้ว ข้อมูลผิดๆ (Misinformation) หรือข้อมูลบิดเบือน (Disinformation) ที่ดูแนบเนียนขึ้นมาหน่อย เราจะป้องกันตัวเองและคนรอบข้างยังไงดีคะ?

ตอบ: โห นี่เป็นคำถามที่สำคัญมากเลยค่ะ เพราะบางทีมันไม่ได้มาเป็นข่าวปลอมโต้งๆ แต่มาในรูปแบบของ “การบิดเบือนความจริง” หรือ “การนำเสนอข้อมูลแค่บางส่วน” ซึ่งแนบเนียนมากจนเราจับไม่ได้!
วิธีป้องกันตัวเองที่ดีที่สุดก็คือการ “สร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด” ค่ะ อย่าเพิ่งปักใจเชื่ออะไรตั้งแต่แรก พยายามอ่านข้อมูลจากหลายๆ มุมมอง หลายๆ สำนักข่าว เปรียบเทียบกันดูค่ะ ส่วนตัวฉันเอง ฉันจะพยายามทำความเข้าใจประเด็นนั้นๆ ให้ลึกซึ้งขึ้นสักหน่อย ไม่ใช่แค่พาดหัวข่าวสั้นๆ พยายามมองหาเหตุผลที่สมเหตุสมผลและหลักฐานที่น่าเชื่อถือประกอบด้วยค่ะ สำหรับคนรอบข้างของเรา เช่น คุณพ่อคุณแม่ที่อาจจะยังไม่คุ้นเคยกับการตรวจสอบข้อมูล ก็ต้องอาศัยเรานี่แหละค่ะ คอยแนะนำ แชร์ข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือให้ท่านฟังอย่างใจเย็น หรือสอนวิธีง่ายๆ อย่างการใช้ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ ให้ท่านรู้จัก นี่เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องช่วยกันสร้างสังคมที่รู้เท่าทันข้อมูลข่าวสารนะคะ!