สวัสดีค่ะทุกคน! วันนี้ฟ้าจะพาทุกคนมาคุยกันเรื่องใกล้ตัวที่นับวันยิ่งน่ากังวลขึ้นเรื่อยๆ นะคะ ก็คือเรื่อง “ข่าวปลอม” หรือ Fake News นั่นเอง โดยเฉพาะในยุคที่โซเชียลมีเดียเฟื่องฟูแบบนี้ ไม่ว่าจะไถฟีด TikTok, Facebook หรือ IG ก็มักจะเจอข่าวแปลกๆ ชวนให้ตกใจอยู่บ่อยๆ เลยใช่ไหมล่ะคะ ยิ่งพักหลังมานี้มีข่าวปลอมเกี่ยวกับดาราและคนดังที่เราชื่นชอบออกมาเยอะมากเลย บางทีก็สร้างความเสียหายให้คนเหล่านั้นอย่างหนักหน่วง แถมเดี๋ยวนี้ AI ก็เก่งขึ้นเรื่อยๆ จนสร้างคลิปหรือเสียงปลอมที่แนบเนียนจนแยกไม่ออกแล้วว่าอะไรจริงอะไรปลอม มันส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและวัฒนธรรมป๊อปที่เราเสพกันอย่างไม่น่าเชื่อ วันนี้เรามาเจาะลึกเรื่องนี้กันดีกว่าค่ะ ว่าข่าวปลอมกับวัฒนธรรมป๊อปในบ้านเรามันเกี่ยวข้องกันยังไง แล้วเราจะรับมือกับมันได้ยังไงบ้าง ติดตามอ่านกันให้ดีๆ เลยนะคะ
สวัสดีค่ะทุกคน! ฟ้ากลับมาอีกครั้งพร้อมเรื่องที่อยากจะเม้าท์และเตือนกันค่ะ เพราะช่วงนี้เรื่อง “ข่าวปลอม” หรือ Fake News มันระบาดหนักมากจริงๆ จนฟ้าเองบางทีก็อดใจหายไม่ได้เลยว่าทำไมมันถึงได้แนบเนียนขนาดนี้ โดยเฉพาะในโลกโซเชียลที่เราใช้กันทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น TikTok, Facebook, หรือ Instagram เนี่ย ข่าวแปลกๆ ชวนให้ตกใจมันผุดขึ้นมาเรื่อยๆ เลยใช่ไหมล่ะคะ
ปลุกกระแสความเข้าใจผิด: ข่าวปลอมกับวงการบันเทิงไทย

เมื่อดาราต้องเป็นเหยื่อ: ความจริงที่ถูกบิดเบือน
หลายคนอาจจะคิดว่าข่าวปลอมก็แค่ข่าวเม้าท์สนุกๆ อ่านแล้วก็ผ่านไป แต่สำหรับคนที่อยู่ในวงการบันเทิงบ้านเราแล้วมันไม่ใช่เลยค่ะ ฟ้าเคยได้คุยกับเพื่อนที่เป็นผู้จัดการดาราคนนึง เขาเล่าให้ฟังว่าแค่ข่าวลือที่ไม่มีมูลความจริงเพียงเล็กน้อยก็สามารถสร้างความเสียหายให้กับชื่อเสียงของศิลปินได้มหาศาล บางทีเรื่องเล็กๆ อย่างภาพถ่ายที่ถูกตัดต่อ หรือคำพูดที่ถูกดึงไปจากบริบทก็ทำให้เกิดความเข้าใจผิด จนงานที่ควรจะได้กลับไม่ได้ พรีเซนเตอร์ที่กำลังจะเซ็นสัญญาต้องถูกยกเลิกไปเฉยๆ ซึ่งมันน่าเสียดายมากๆ ค่ะ เพราะกว่าคนๆ หนึ่งจะสร้างชื่อเสียงขึ้นมาได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยใช่ไหมคะ แต่พอเจอข่าวปลอมเข้าไปเพียงไม่กี่วัน ทุกอย่างก็พังทลายลงได้ง่ายๆ แถมยังต้องใช้เวลาและพลังงานมหาศาลในการแก้ไขความเข้าใจผิดนั้นอีก ตัวเราเองที่ตามข่าวศิลปินที่ชอบก็รู้สึกแย่ไปด้วยเลยค่ะเวลาเห็นข่าวที่ไม่จริงออกมา บางครั้งก็อยากจะเข้าไปช่วยแก้ข่าวให้เลยด้วยซ้ำ เพราะเรารู้สึกผูกพันกับพวกเขาเหมือนคนในครอบครัวไปแล้ว เวลาเห็นเขาโดนโจมตีด้วยเรื่องไม่จริงก็อดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ ค่ะ
วัฒนธรรมป๊อปที่ได้รับผลกระทบ: จากศิลปินสู่แฟนคลับ
ข่าวปลอมไม่ได้ส่งผลแค่ตัวศิลปินเท่านั้นนะคะ แต่มันยังส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมป๊อปโดยรวมที่เราเสพกันอยู่ด้วย อย่างวงการ K-Pop ที่มีแฟนคลับเยอะมากๆ ในบ้านเรา เวลาเกิดข่าวลืออะไรขึ้นมาทีนึง แฟนคลับก็จะรู้สึกปั่นป่วนและสับสนกันไปหมด บางทีข่าวปลอมเกี่ยวกับเดทหรือเรื่องส่วนตัวของศิลปินก็ทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันเองในกลุ่มแฟนคลับ หรือแม้แต่ทำให้ศิลปินโดนเกลียดชังจากคนที่ไม่รู้ความจริง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากค่ะ เพราะศิลปะและวัฒนธรรมควรจะเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน ไม่ใช่มาแบ่งแยกกันด้วยเรื่องที่ไม่จริงแบบนี้ ฟ้าเองก็เคยเจอสถานการณ์แบบนี้กับศิลปินที่ชอบเหมือนกันค่ะ คือมีข่าวลือออกมาว่าเขาจะออกจากวง ทำให้เราตกใจมาก รีบไปหาข้อมูลใหญ่เลย โชคดีที่ได้ตามข่าวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเลยรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง ไม่งั้นคงเสียใจไปอีกนานแน่ๆ ค่ะ มันทำให้เราเห็นเลยว่าพลังของข่าวปลอมมันน่ากลัวขนาดไหน และในฐานะที่เราเป็นผู้บริโภคสื่อ เราต้องมีสติและรู้เท่าทันมันมากๆ เลยนะคะ
ผลกระทบที่ไม่ใช่แค่เรื่องขำๆ: ดาราและคนดังต้องเจออะไรบ้าง
ความเสียหายทางชื่อเสียงและอาชีพ: เบื้องหลังรอยยิ้ม
อย่างที่ฟ้าบอกไปเมื่อกี้ว่าดาราและคนดังต้องเผชิญกับความเสียหายที่รุนแรงกว่าที่เราคิดเยอะเลยค่ะ บางครั้งข่าวปลอมก็ทำให้ภาพลักษณ์ที่สร้างมาอย่างดีต้องมัวหมองในชั่วข้ามคืน ฉันเคยเห็นดาราที่ต้องออกมาแถลงข่าวทั้งน้ำตาเพื่ออธิบายความจริง ทั้งที่เรื่องทั้งหมดไม่ได้เป็นอย่างที่ข่าวลือบอกเลยด้วยซ้ำ การต้องแบกรับภาระทางอารมณ์และแรงกดดันจากสังคมมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นะคะ ยิ่งไปกว่านั้น มันยังส่งผลกระทบต่อโอกาสในการทำงานอย่างมาก ผู้จัดงานหรือแบรนด์สินค้าเองก็ต้องระมัดระวัง เพราะไม่อยากเข้าไปพัวพันกับข่าวฉาว ทำให้บางครั้งดาราที่ไม่มีความผิดต้องสูญเสียรายได้และโอกาสดีๆ ไปอย่างน่าเสียดาย ตรงนี้คือจุดที่ทำให้เรารู้สึกว่าข่าวปลอมมันอันตรายจริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องสนุกปากเท่านั้น การที่ต้องเห็นคนที่เรารักและชื่นชมต้องมาเจออะไรแบบนี้มันทำให้เราอดรู้สึกเจ็บปวดแทนไม่ได้จริงๆ ค่ะ
ปัญหาสุขภาพจิตและชีวิตส่วนตัว: ความเป็นส่วนตัวที่ถูกรุกราน
นอกจากเรื่องงานแล้ว ปัญหาสุขภาพจิตก็เป็นอีกเรื่องที่น่าเป็นห่วงมากๆ ค่ะ การต้องอ่านคอมเมนต์แย่ๆ หรือถูกวิพากษ์วิจารณ์จากเรื่องที่ไม่เป็นความจริงอยู่บ่อยๆ มันบั่นทอนจิตใจคนได้มากจริงๆ ลองคิดดูสิคะว่าถ้าเราเป็นคนดังที่ต้องเจอแบบนั้นทุกวัน เราจะรู้สึกอย่างไร?
บางคนถึงขั้นต้องไปพบจิตแพทย์ หรือบางคนก็ต้องห่างหายจากวงการไปพักใหญ่เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจเลยก็มี ยิ่งไปกว่านั้น ข่าวปลอมยังรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของพวกเขาอย่างรุนแรง ทำให้ชีวิตส่วนตัวไม่เป็นส่วนตัวอีกต่อไป ครอบครัวและคนรอบข้างก็ได้รับผลกระทบไปด้วย บางทีก็มีนักข่าวหรือชาวเน็ตบางส่วนพยายามขุดคุ้ยเรื่องราวส่วนตัวเพื่อมาเชื่อมโยงกับข่าวปลอม ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเลยค่ะ การเคารพสิทธิส่วนบุคคลเป็นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนควรมี เราไม่ควรตัดสินใครจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและไม่ได้รับการยืนยัน มันทำให้ฉันยิ่งรู้สึกว่าเราต้องช่วยกันสร้างสังคมที่เคารพซึ่งกันและกันให้มากขึ้นค่ะ
เบื้องหลังความเนียน: เมื่อ AI เข้ามาปั่นป่วน
Deepfake และเทคโนโลยีล้ำสมัย: สิ่งที่ตาเห็นอาจไม่เป็นจริง
ช่วงหลังๆ มานี้เทคโนโลยี AI พัฒนาไปเร็วมาก จนน่าตกใจเลยใช่ไหมคะ หนึ่งในนั้นก็คือ Deepfake ที่สามารถสร้างคลิปวิดีโอหรือเสียงที่เหมือนจริงจนแยกไม่ออกเลยว่าอะไรจริงอะไรปลอม ฟ้าเคยดูคลิป Deepfake ของนักแสดงคนโปรดแล้วตกใจมากค่ะ คือหน้าเหมือน เสียงเหมือนเป๊ะ แต่เนื้อหาที่พูดกลับไม่เคยมีอยู่จริงมาก่อนเลย เทคโนโลยีพวกนี้ทำให้การสร้างข่าวปลอมทำได้ง่ายขึ้นและแนบเนียนขึ้นเยอะมาก จนบางครั้งคนทั่วไปอย่างเราๆ ก็ยากที่จะตรวจสอบได้ด้วยตาเปล่า มันเหมือนกับว่าโลกของเรากำลังเข้าสู่ยุคที่ “เชื่อในสิ่งที่เห็นได้ยากขึ้นเรื่อยๆ” ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลมากๆ ค่ะ เพราะถ้าข่าวปลอมที่สร้างโดย AI เหล่านี้ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การใส่ร้ายป้ายสี หรือการบิดเบือนข้อมูลสำคัญๆ มันก็สามารถสร้างความเสียหายได้ใหญ่หลวงเลยทีเดียว ไม่ใช่แค่กับดารา แต่รวมถึงทุกคนในสังคมเลยค่ะ
AI สร้างบทความและภาพปลอม: ความท้าทายใหม่ของสื่อ
ไม่เพียงแค่ Deepfake เท่านั้นนะคะ AI ยังสามารถสร้างบทความ ข่าว หรือแม้กระทั่งภาพถ่ายปลอมๆ ได้อย่างรวดเร็วและเป็นจำนวนมากอีกด้วย ลองจินตนาการดูสิคะว่าถ้ามี AI ที่สามารถเขียนข่าวปลอมเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญๆ หรือสร้างภาพถ่ายที่เหมือนจริงเพื่อสนับสนุนเรื่องที่ไม่เป็นความจริงออกมาเรื่อยๆ สังคมของเราจะปั่นป่วนขนาดไหน นี่คือความท้าทายใหม่ที่สื่อและพวกเราทุกคนต้องเผชิญค่ะ เพราะในอดีตเราอาจจะพอสังเกตได้ว่าข่าวไหนจริงข่าวไหนปลอมจากสำนวนการเขียนหรือคุณภาพของภาพ แต่เดี๋ยวนี้ AI สามารถเลียนแบบสไตล์การเขียนของนักข่าว หรือสร้างภาพถ่ายที่มีคุณภาพสูงได้ไม่ต่างจากของจริง ทำให้การแยกแยะยิ่งยากขึ้นไปอีก นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องมีสติและใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสารให้มากๆ เลยค่ะ ฟ้าเองก็พยายามเช็กข้อมูลจากหลายๆ แหล่งก่อนจะเชื่ออะไรเสมอ เพราะไม่อยากตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอมค่ะ
เครื่องมือพิชิตข่าวปลอม: วิธีตรวจสอบง่ายๆ สไตล์เรา
เช็กแหล่งที่มา: ต้นตอของข้อมูลสำคัญที่สุด
จากประสบการณ์ตรงของฟ้า สิ่งแรกที่เราควรทำเมื่อเจอข่าวที่ดูแปลกๆ คือการเช็กแหล่งที่มาของข่าวนั้นๆ ค่ะ ลองดูว่าข่าวมาจากสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือไหม เป็นเว็บไซต์ที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนหรือเปล่า ถ้าเป็นเพจโซเชียลมีเดีย ลองดูว่าเพจนั้นมีคนติดตามเยอะแค่ไหน มีประวัติการโพสต์ที่น่าเชื่อถือไหม บางทีเพจที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ๆ หรือมีผู้ติดตามน้อยๆ แต่โพสต์ข่าวที่ดูรุนแรงหรือเกินจริง ก็มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นข่าวปลอมได้ง่ายๆ เลยค่ะ ฉันเองเวลาเจอข่าวอะไรที่ฟังดูเหลือเชื่อ ก็จะลองเสิร์ชหาชื่อสำนักข่าวหรือชื่อเพจนั้นๆ ใน Google ดูก่อน ว่ามีคนพูดถึงในแง่บวกหรือลบอย่างไรบ้าง การทำแบบนี้จะช่วยให้เรากรองข่าวที่ไม่น่าเชื่อถือออกไปได้เยอะเลยนะคะ อย่าเพิ่งรีบเชื่อหรือแชร์ถ้ายังไม่ได้ตรวจสอบให้ดี เพราะเราอาจจะกลายเป็นส่วนหนึ่งที่เผยแพร่ข่าวปลอมโดยไม่รู้ตัวก็ได้ค่ะ
เทียบกับหลายแหล่ง: อย่าเชื่อแค่ที่เดียว
อีกหนึ่งวิธีที่ฟ้าใช้ประจำและได้ผลดีมากๆ เลยคือการเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายๆ แหล่งค่ะ ถ้าเจอข่าวอะไรที่น่าสนใจ ลองเปิด Google แล้วค้นหาข้อมูลเดียวกันจากสำนักข่าวอื่นๆ หรือเว็บไซต์ข่าวที่เชื่อถือได้หลายๆ แห่งดู ว่ามีเนื้อหาตรงกันไหม รายละเอียดเหมือนกันหรือเปล่า ถ้าข่าวเดียวกันถูกนำเสนอโดยหลายสำนักข่าวที่มีชื่อเสียง ก็มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นข่าวจริง แต่ถ้ามีแค่แหล่งเดียวที่นำเสนอข่าวนี้ หรือข่าวมีรายละเอียดที่แตกต่างกันมากๆ ในแต่ละแหล่ง ก็ต้องระวังไว้เลยค่ะว่าอาจจะเป็นข่าวปลอม หรืออย่างน้อยก็เป็นข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ การเปรียบเทียบข้อมูลแบบนี้จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของเรื่องราวได้ชัดเจนขึ้น และลดโอกาสที่จะหลงเชื่อข่าวปลอมได้มากจริงๆ ค่ะ ลองนำวิธีนี้ไปใช้กันดูนะคะ รับรองว่าช่วยได้เยอะเลย
| ลักษณะข่าวปลอม | วิธีสังเกต/ตรวจสอบเบื้องต้น | ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น |
|---|---|---|
| พาดหัวเกินจริง, ชวนตกใจ | ใช้คำที่เร้าอารมณ์, ตัวเลขมหัศจรรย์, อ้างแหล่งที่มาคลุมเครือ | สร้างความตื่นตระหนก, ดึงดูดให้คลิก (Clickbait), เพิ่มยอดวิวผิดๆ |
| รูปภาพ/วิดีโอตัดต่อ/Deepfake | ภาพเบลอ, มุมแสงแปลกๆ, หน้าตาบุคคลผิดธรรมชาติ, ไม่มีเสียงตรงภาพ | บิดเบือนความจริง, ใส่ร้ายป้ายสี, สร้างความเข้าใจผิดอย่างรุนแรง |
| อ้างแหล่งข้อมูลไม่น่าเชื่อถือ | เว็บไซต์ไม่เป็นทางการ, เพจไม่รู้จัก, ไม่มีชื่อผู้เขียน/บรรณาธิการ | ขาดความน่าเชื่อถือ, เป็นการสร้างเรื่องขึ้นมาเอง |
| เนื้อหาที่ทำให้เกิดความเกลียดชัง | โจมตีบุคคล/กลุ่มคน, ปลุกระดมความขัดแย้งทางสังคม | สร้างความแตกแยก, เกิดความรุนแรง, ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง |
| ข่าวลือส่วนตัวของคนดัง | มักจะไม่มีหลักฐานชัดเจน, อ้างอิงคำบอกเล่า “วงใน” | ทำลายชื่อเสียง, ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล, สร้างความเสียหายทางจิตใจ |
สร้างภูมิคุ้มกันให้สังคม: บทบาทของพวกเราทุกคน

พลังของการไม่แชร์: หยุดวงจรข่าวปลอม
ฟ้าเชื่อว่าเราทุกคนมีบทบาทสำคัญในการหยุดยั้งการแพร่กระจายของข่าวปลอมค่ะ สิ่งที่ง่ายที่สุดที่เราทำได้คือ “การไม่แชร์” ข่าวที่เราไม่แน่ใจหรือยังไม่ได้ตรวจสอบให้ดีเสียก่อน หลายครั้งที่เราเห็นข่าวอะไรที่ดูน่าสนใจหรือน่าตกใจ ก็มักจะรีบกดแชร์ออกไปเลยใช่ไหมคะ โดยเฉพาะข่าวที่เกี่ยวกับดาราหรือเรื่องราวที่กำลังเป็นกระแส แต่การกระทำแบบนี้แหละค่ะที่ทำให้ข่าวปลอมแพร่กระจายออกไปเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว ลองคิดดูสิคะว่าถ้าทุกคนหยุดคิดสักนิดก่อนกดแชร์ ข่าวปลอมเหล่านั้นก็จะไม่สามารถไปถึงคนอื่นๆ ได้มากเท่าที่ควร การไม่แชร์ไม่ได้หมายความว่าเราเฉยเมยนะคะ แต่เป็นการที่เรามีความรับผิดชอบต่อข้อมูลที่เราบริโภคและส่งต่อออกไป ฉันอยากจะชวนทุกคนมาสร้างสังคมที่ตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์กันค่ะ เพราะมันเป็นเรื่องเล็กๆ ที่เราทุกคนทำได้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้มันยิ่งใหญ่มากเลยนะคะ
ร่วมกันเป็นหูเป็นตา: แจ้งเบาะแสข่าวปลอม
นอกจากการไม่แชร์แล้ว การช่วยกันเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแสข่าวปลอมไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่สำคัญมากๆ ค่ะ ในประเทศไทยของเราก็มีศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) ที่คอยตรวจสอบและชี้แจงข่าวปลอมอยู่ ลองเสิร์ชหาข้อมูลดูนะคะ ถ้าเราเจอข่าวอะไรที่มั่นใจว่าเป็นข่าวปลอมจริงๆ ก็สามารถแจ้งเบาะแสไปได้เลย การร่วมมือกันแบบนี้จะช่วยให้หน่วยงานต่างๆ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้สังคมของเราปลอดภัยจากข่าวปลอมได้ในระยะยาวค่ะ อย่าคิดว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องไกลตัวนะคะ เพราะผลกระทบจากข่าวปลอมสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นตัวเราเอง คนในครอบครัว หรือเพื่อนสนิท การที่เราช่วยกันปกป้องสังคมจากข่าวปลอมก็เหมือนกับการช่วยปกป้องตัวเราเองและคนที่เรารักนั่นแหละค่ะ ฟ้าหวังว่าทุกคนจะเห็นความสำคัญและมาร่วมมือกันนะคะ
มองไปข้างหน้า: การปรับตัวในยุคข้อมูลท่วมท้น
การเรียนรู้ตลอดชีวิต: ทักษะการรู้เท่าทันสื่อ
ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารท่วมท้นและเทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง การเรียนรู้ที่จะ “รู้เท่าทันสื่อ” จึงไม่ใช่แค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่มันคือทักษะที่จำเป็นมากๆ สำหรับทุกคนค่ะ การรู้เท่าทันสื่อหมายถึงการที่เรามีความสามารถในการเข้าถึง วิเคราะห์ ประเมิน และสร้างสรรค์สื่อได้อย่างมีวิจารณญาณ มันไม่ใช่แค่การรู้ว่าข่าวไหนจริงข่าวไหนปลอม แต่รวมถึงการเข้าใจว่าสื่อเหล่านั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร มีอคติหรือไม่ และมีผลกระทบต่อเราอย่างไร การเรียนรู้ทักษะนี้ควรเริ่มต้นตั้งแต่เด็กๆ เลยนะคะ ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน ฉันเคยมีโอกาสได้ไปร่วมเวิร์คช็อปเกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อ แล้วรู้สึกเปิดโลกมากๆ เลยค่ะ เพราะได้เรียนรู้เทคนิคการสังเกตและวิเคราะห์สื่อต่างๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน มันทำให้ฉันรู้สึกมั่นใจมากขึ้นในการรับข้อมูลข่าวสาร และอยากจะชวนให้ทุกคนลองหาคอร์สหรือข้อมูลเกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อมาศึกษาดูค่ะ มันมีประโยชน์มากๆ เลยจริงๆ
กฎหมายและจรรยาบรรณสื่อ: บทบาทในการควบคุม
นอกจากบทบาทของประชาชนแล้ว บทบาทของกฎหมายและจรรยาบรรณสื่อก็เป็นสิ่งสำคัญในการควบคุมและลดปัญหาข่าวปลอมค่ะ ประเทศไทยเองก็มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จอยู่บ้าง เช่น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลปลอม แต่การบังคับใช้กฎหมายก็ต้องทำอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน นอกจากนี้ จรรยาบรรณของสื่อมวลชนเองก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องยึดถืออย่างเคร่งครัดค่ะ สื่อที่ดีควรตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่ และนำเสนอความจริงอย่างรอบด้าน ไม่สร้างข่าวปลอมหรือบิดเบือนข้อมูลเพื่อหวังผลประโยชน์ใดๆ การที่ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทำงานร่วมกัน จะช่วยสร้างระบบนิเวศข้อมูลที่แข็งแรงและน่าเชื่อถือได้ในระยะยาวค่ะ ฟ้าเชื่อว่าถ้าทุกคนร่วมมือกัน เราจะสามารถก้าวผ่านความท้าทายจากข่าวปลอมและสร้างสังคมที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอนค่ะ
ประสบการณ์ตรงที่เจอกับตัว: เมื่อฉันเกือบหลงเชื่อข่าวปลอม
ความรู้สึกตอนที่เกือบจะแชร์: ใจเต้นรัวๆ
ฉันเคยมีประสบการณ์ตรงที่เกือบจะหลงเชื่อข่าวปลอมแล้วค่ะ ตอนนั้นกำลังไถฟีด Facebook อยู่ แล้วก็เจอข่าวพาดหัวใหญ่เกี่ยวกับดาราคนโปรดของฉันว่า “ประสบอุบัติเหตุร้ายแรง!” อ่านแล้วใจหายวูบเลยค่ะ มือไม้สั่นไปหมด คือตกใจมากๆ ด้วยความที่เราเป็นแฟนคลับ ก็คิดว่าต้องรีบแชร์ให้เพื่อนๆ และคนอื่นๆ ได้รู้จะได้ช่วยกันหาข้อมูล ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเลยค่ะ คิดแต่ว่าต้องรีบบอกต่อ ข้อมูลในข่าวก็ดูน่าเชื่อถือมากๆ มีภาพประกอบที่ดูเหมือนจริงอีกต่างหาก โชคดีที่ก่อนจะกดแชร์ นิ้วดันไปโดนปุ่มคอมเมนต์แล้วเห็นเพื่อนคนหนึ่งมาคอมเมนต์ว่า “เช็กก่อนนะ ข่าวปลอมรึเปล่า?” แค่ประโยคสั้นๆ นั้นทำให้ฉันสะดุดคิดขึ้นมาได้ทันทีเลยค่ะ ตอนนั้นรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะที่ยังไม่ได้แชร์ออกไป ไม่งั้นคงรู้สึกผิดมากๆ ถ้าได้เผยแพร่ข่าวที่ไม่จริงออกไป
บทเรียนจากการเกือบพลาด: สติคือสิ่งสำคัญ
หลังจากเหตุการณ์นั้น ฉันได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญมากๆ เลยค่ะว่า “สติ” คือสิ่งสำคัญที่สุดในการเสพสื่อยุคนี้ เราต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของอารมณ์ความตกใจหรือความรู้สึกร่วมที่มากเกินไป จนทำให้เราขาดวิจารณญาณในการตรวจสอบข้อมูล ตั้งแต่นั้นมา ไม่ว่าฉันจะเจอข่าวอะไรที่ดูน่าตกใจหรือน่าสนใจแค่ไหน ก็จะพยายามหยุดคิดและตรวจสอบข้อมูลจากหลายๆ แหล่งก่อนเสมอ ไม่รีบร้อนที่จะเชื่อหรือแชร์ต่อให้ใคร การทำแบบนี้อาจจะใช้เวลาเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่ก็คุ้มค่ามากๆ ค่ะกับการที่เราได้ข้อมูลที่ถูกต้องและไม่ไปสร้างความเสียหายให้ใครโดยไม่ตั้งใจ ฉันอยากให้เรื่องราวของฉันเป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกคนนะคะว่าข่าวปลอมมันอยู่รอบตัวเราจริงๆ และสามารถหลอกเราได้ง่ายๆ เลย ถ้าเราไม่มีสติและไม่รู้จักตรวจสอบข้อมูลให้ดีค่ะ มาช่วยกันสร้างสังคมที่ฉลาดในการเสพสื่อกันนะคะสวัสดีค่ะทุกคน!
หวังว่าเรื่องราวที่ฟ้าเอามาเม้าท์ในวันนี้จะทำให้ทุกคนตระหนักถึงภัยของ “ข่าวปลอม” กันมากขึ้นนะคะ บางทีเรื่องที่เราคิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆ มันกลับสร้างความเสียหายได้ใหญ่หลวงเกินกว่าที่เราจะคาดคิดจริงๆ ค่ะ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยี AI พัฒนาไปไกลมาก จนทำให้ข่าวปลอมแนบเนียนจนแยกแยะได้ยากแบบนี้ เรายิ่งต้องระวังตัวให้มากขึ้นไปอีกหลายเท่าเลยค่ะฟ้าอยากจะขอเป็นอีกหนึ่งเสียงในการเชิญชวนทุกคนมาช่วยกันสร้างสังคมแห่งการรู้เท่าทันสื่อค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนเชื่อและแชร์ การช่วยกันเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแส หรือแม้แต่การปลูกฝังทักษะการรู้เท่าทันสื่อให้กับคนรอบข้างของเรา เพราะทุกย่างก้าวเล็กๆ ของเราในวันนี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการปกป้องตัวเราเอง คนที่เรารัก และสังคมของเราจากพิษภัยของข่าวปลอมในวันข้างหน้านะคะจำไว้นะคะว่า “สติ” และ “การตรวจสอบ” คืออาวุธสำคัญที่สุดของเราในโลกยุคดิจิทัลที่ข้อมูลท่วมท้นแบบนี้ค่ะ
알아두면 쓸모 있는 정보
1. เช็กแหล่งที่มาให้ชัวร์: ก่อนจะเชื่อข่าวอะไร ให้ดูว่ามาจากสำนักข่าวหรือแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือไหม ถ้าเป็นเพจที่ไม่รู้จัก หรือเว็บไซต์แปลกๆ ก็ควรจะสงสัยไว้ก่อนเลยค่ะ เหมือนเวลาเราจะซื้อของออนไลน์ ก็ต้องดูร้านที่รีวิวดีๆ มีคนรู้จักเยอะๆ ใช่ไหมคะ ข่าวก็เช่นกันค่ะ
2. เทียบกับหลายๆ แหล่ง: อย่าเพิ่งเชื่อข่าวจากแหล่งเดียว ลองค้นหาข้อมูลเดียวกันจากสำนักข่าวอื่น หรือเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือหลายๆ ที่ เพื่อเปรียบเทียบว่าเนื้อหาตรงกันไหม ถ้าข้อมูลไม่ตรงกัน หรือมีแค่แหล่งเดียวที่นำเสนอ ก็อาจจะเป็นข่าวปลอมได้ง่ายๆ เลยค่ะ
3. สังเกตภาษาที่ใช้: ข่าวปลอมมักจะใช้ภาษาที่เร้าอารมณ์ รุนแรง หรือพาดหัวที่ชวนให้ตกใจเกินจริง เพื่อดึงดูดให้คนคลิกและแชร์โดยไม่ทันคิด ถ้าเจออะไรที่รู้สึกว่า “โอ้โห! เวอร์ไปมั้ยเนี่ย” ก็ให้ตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนเลยค่ะ
4. ระวังรูปภาพและวิดีโอที่ดูแปลกๆ: ด้วยเทคโนโลยี Deepfake และ AI ในปัจจุบัน ทำให้การตัดต่อรูปภาพและวิดีโอทำได้แนบเนียนมาก ลองสังเกตความผิดปกติ เช่น แสงเงา มุมภาพ หรือการเคลื่อนไหวที่ไม่เป็นธรรมชาติ ถ้าไม่แน่ใจ ลองใช้เครื่องมือค้นหารูปภาพย้อนหลัง (Reverse Image Search) ดูก็ช่วยได้เยอะค่ะ
5. คิดก่อนแชร์เสมอ: นี่คือข้อที่สำคัญที่สุดค่ะ! การที่เราไม่แชร์ข่าวที่เราไม่แน่ใจ หรือยังไม่ได้ตรวจสอบให้ดี เป็นการช่วยหยุดยั้งวงจรของข่าวปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าจะตกข่าว เพราะการเผยแพร่ข้อมูลผิดๆ ออกไป น่ากลัวกว่าการตกข่าวเยอะเลยนะคะ
중요 사항 정리
ในสรุปแล้ว ปัญหาข่าวปลอมเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง ทั้งต่อชื่อเสียงอาชีพของคนดัง และสภาพจิตใจของทุกคนในสังคม ยิ่งในยุคที่มีเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยสร้างข่าวปลอมได้อย่างแนบเนียนขึ้นเรื่อยๆ การตรวจสอบข้อมูลจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่เราทุกคนต้องทำเป็นนิสัย เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของข้อมูลที่ไม่ถูกต้องค่ะ
หัวใจสำคัญคือการมีสติในการรับข่าวสาร การเช็กแหล่งที่มา การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง และที่สำคัญที่สุดคือ “การไม่แชร์” ข่าวที่เราไม่แน่ใจ เพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจายของข้อมูลผิดๆ ค่ะ การรู้เท่าทันสื่อไม่ได้เป็นเพียงทักษะ แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนในสังคม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมข้อมูลที่แข็งแรงและเชื่อถือได้ในระยะยาวนะคะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖
ถาม: ข่าวปลอมเกี่ยวกับดาราและคนดังในไทยที่เราเจอกันบ่อยๆ มีตัวอย่างอะไรบ้างคะ แล้วทำไมข่าวพวกนี้ถึงแพร่กระจายเร็วเหมือนไฟลามทุ่งเลย?
ตอบ: โอ้โห! เรื่องนี้ฟ้าบอกเลยว่าเจอเยอะมากค่ะทุกคน โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านมาเนี่ย ข่าวปลอมที่เกี่ยวกับดาราไทยระบาดหนักสุดๆ เลยนะ ที่เห็นบ่อยๆ ก็จะเป็นข่าวเลิกราของคู่รักดาราที่คบกันอยู่ดีๆ ก็มีข่าวว่าเลิกกันซะงั้น แถมยังมีการแบ่งเงินลงทุนกันอีกต่างหาก (อย่างเคสของพี่แอฟกับนนกุล หรือญาญ่ากับณเดชน์ ที่เพิ่งมีข่าวปลอมออกมาเลย) หรือบางทีก็เป็นข่าวเสียชีวิตจากอุบัติเหตุหรือป่วยหนักแบบกระทันหัน ทั้งๆ ที่เจ้าตัวยังสบายดีอยู่เลยก็มีค่ะ (อย่างกรณีของดีเจบุ๊กโกะที่เคยโดนข่าวปลอมว่าขับรถชนคนเสียชีวิต)สาเหตุที่ข่าวปลอมพวกนี้แพร่เร็วมากๆ เลยก็เพราะโซเชียลมีเดียนี่แหละค่ะ แค่เห็นพาดหัวที่ชวนให้ตกใจ หรือมีภาพตัดต่อดึงดูดใจ เราก็มักจะรีบกดเข้าไปดูแล้วแชร์ต่อทันทีโดยไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อน บางครั้งคนสร้างข่าวปลอมก็จงใจใช้พาดหัวที่กระตุ้นอารมณ์ความรู้สึก เช่น ความกลัว ความตกใจ หรือความเกลียดชัง เพื่อเรียกร้องความสนใจและปั่นยอดแชร์หรือยอดคลิก ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะมีผลประโยชน์แอบแฝง เช่น ล่อลวงให้เรากดลิงก์ไปเล่นพนันออนไลน์ หรือกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อเอาไปใช้ในทางที่ผิดนั่นเองค่ะ
ถาม: แล้วเราจะรู้ได้ยังไงคะว่าข่าวที่เราเห็นเป็นข่าวปลอม โดยเฉพาะพวกคลิปหรือเสียงที่ AI สร้างขึ้นมาแนบเนียนมากๆ จนแยกไม่ออกเลย?
ตอบ: อันนี้เป็นคำถามที่สำคัญมากๆ เลยค่ะเพื่อนๆ เพราะเดี๋ยวนี้ AI ฉลาดจนน่ากลัวจริงๆ! ฟ้าเองก็เคยเกือบพลาดท่าเชื่อมาหลายครั้งแล้วเหมือนกันค่ะ วิธีสังเกตเบื้องต้นง่ายๆ เลยคือ:
1.
อย่าเพิ่งเชื่อทันที: ไม่ว่าข่าวจะมาจากใคร หรือพาดหัวน่าตกใจแค่ไหน ให้สงสัยไว้ก่อนเสมอค่ะ
2. เช็กจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ: ดาราหรือคนดังส่วนใหญ่จะมีช่องทางโซเชียลมีเดียที่เป็นทางการของตัวเองใช่ไหมคะ ถ้ามีข่าวอะไรออกมา ให้ลองเข้าไปดูในเพจหรือ IG ของเขาโดยตรงก่อนเลยค่ะ
3.
สังเกตความผิดปกติ: ข่าวปลอมมักจะมีอะไรแปลกๆ เสมอ เช่น รูปภาพที่ไม่ชัดเจน วันที่เผยแพร่ข่าวที่เก่ามากๆ หรือเนื้อหาที่ดูขัดแย้งกับความเป็นจริง ถ้าเจอพาดหัวที่ดูเว่อร์เกินจริง หรือเน้นอารมณ์มากๆ ให้ระวังไว้เลยค่ะ
4.
ใช้เครื่องมือช่วยตรวจสอบ: เดี๋ยวนี้มีศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (Anti-Fake News Center Thailand) และศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ของสำนักข่าวไทย ที่เราสามารถส่งข่าวไปให้เขาช่วยตรวจสอบได้นะคะ
สำหรับข่าวปลอมที่ AI สร้างขึ้นมา หรือที่เราเรียกกันว่า “Deepfake” เนี่ย มันจะเนียนมากๆ ทั้งภาพ เสียง หรือวิดีโอ แต่ก็พอมีจุดสังเกตได้บ้างค่ะ ลองสังเกตดีๆ นะคะว่า:
ดวงตา: การกะพริบตาผิดปกติ หรือดวงตาดูไม่เป็นธรรมชาติ
ผิวหนัง: ผิวอาจจะดูเรียบเนียนเกินจริง หรือมีตำหนิแปลกๆ ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ
การเคลื่อนไหว: การขยับปากหรือใบหน้าอาจจะดูไม่สัมพันธ์กับเสียงพูด หรือการเคลื่อนไหวโดยรวมดูแข็งๆ ไม่เป็นธรรมชาติ
เสียง: เสียงอาจจะฟังดูโมโนโทน ไร้อารมณ์ หรือฟังดูเหมือนหุ่นยนต์พูด
ฉากหลัง: บางทีฉากหลังอาจจะดูบิดเบี้ยว ไม่สมจริง หรือมีรายละเอียดที่ผิดเพี้ยนไป
ถ้าเราไม่มั่นใจจริงๆ มีหลายเครื่องมือ AI ที่ช่วยตรวจจับ Deepfake ได้ด้วยนะคะ เช่น Sensity หรือ FakeCatcher by Intel ค่ะ ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมดูได้เลย!
ถาม: แล้วข่าวปลอมพวกนี้มันส่งผลกระทบต่อทั้งดาราและตัวเราในฐานะผู้ชมยังไงบ้างคะ?
ตอบ: ผลกระทบเนี่ยเยอะมากจริงๆ ค่ะทุกคน ไม่ใช่แค่กับดาราเท่านั้น แต่กับพวกเราที่เป็นคนเสพข่าวก็โดนด้วยเหมือนกันนะ
สำหรับดาราและคนดัง: ข่าวปลอมสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงเลยค่ะ ทั้งชื่อเสียง หน้าที่การงานที่อาจจะได้รับผลกระทบ บางคนโดนล้อเลียน ดูหมิ่น ถูกใส่ร้ายจนเกิดความเกลียดชัง ที่หนักกว่านั้นคือมันกระทบกระเทือนจิตใจมากๆ ค่ะ ทั้งตัวดาราเองและครอบครัวก็พลอยไม่สบายใจไปด้วย แถมบางครั้งยังถูกนำไปแอบอ้างเพื่อหลอกลวงผู้อื่น ทำให้เขาต้องออกมาแก้ข่าวกันอยู่บ่อยๆ เลยค่ะ
สำหรับพวกเราในฐานะผู้ชม: เราเองก็ตกเป็นเหยื่อได้ง่ายๆ เลยค่ะ บางคนหลงเชื่อข่าวปลอมเกี่ยวกับดาราป่วยหนัก หรือมีปัญหาชีวิต แล้วรีบโอนเงินช่วยเหลือให้กับมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาส หรือบางทีแค่กดลิงก์ที่มาจากข่าวปลอม ก็อาจจะโดนดูดข้อมูลส่วนตัวหรือเงินในบัญชีไปโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ ข่าวปลอมยังทำให้สังคมเกิดความสับสน เข้าใจผิด และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งได้อีกด้วยค่ะ ที่สำคัญคือมันบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของสื่อและข้อมูลโดยรวม ทำให้เราไม่รู้ว่าจะเชื่ออะไรดีในโลกออนไลน์ที่ข้อมูลท่วมท้นไปหมดแบบนี้ค่ะฟ้าหวังว่าข้อมูลและคำแนะนำวันนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะคะ เราทุกคนต้องช่วยกันสร้างสังคมออนไลน์ที่ปลอดภัยขึ้นค่ะ ถ้าเจอข่าวแปลกๆ อย่าเพิ่งรีบแชร์นะคะ ช่วยกันตรวจสอบก่อน เพื่อตัวเราเองและเพื่อคนที่เรารักค่ะ!
ไว้เจอกันใหม่บทความหน้านะคะ บ๊ายบาย!






